Educational Technology and Communication Department. Thaksin University.

MENU

หน้าแรก
     • คำแนะนำการใช้บทเรียน

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

แบบทดสอบก่อนเรียน

เนื้อหาหลัก
     • การเขียนบรรณานุกรม
        1. รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
            ของหนังสือ

        
2. รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
            บทความในหนังสือ

        3. รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
            ของวารสารและนิตยสาร

        4. รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
            บทความในหนังสือพิมพ์

        5. รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
            ของเอกสารที่ค้นได้จากเว็บไซต์

        6. รูปแบบวัสดุสารนิเทศที่มีลักษณะ
            เฉพาะอื่นๆ

        
7. หลักเกณฑ์การลงรายการทาง
            บรรณานุกรม


     
• การอ้างอิงแหล่งข้อมูล
        1. การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
        2. การทำเชิงอรรถ
        3. วิธีการอ้างอิงแหล่งข้อมูล
        4. หลักเกณฑ์การอ้างอิงแบบแทรก
            ในเนื้อหา

แบบทดสอบหลังเรียน

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

แบบประเมินความพึงพอใจ

กระดานข่าว

การอ้างอิงแหล่งข้อมูล

• หลักเกณฑ์การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา


1. รูปแบบการอ้างอิง

1.1 การอ้างอิงแหล่งข้อมูลรายการเดียวที่มีผู้รับผิดชอบคนเดียว
ในกรณีที่อ้างอิงเฉพาะหน้าหรือเล่ม คือ การระบุชื่อผู้เขียน ปีพิมพ์
และเลขหน้าหรือเลขเล่มของแหล่งข้อมูลที่นำมาอ้างอิงแทรกไว้ใน
ตำแหน่งที่เหมาะสมในส่วนของเนื้อหาเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าข้อมูล
เหล่านั้นมาจากแหล่งใด ซึ่งรูปแบบการอ้างอิง สามารถเขียนได้ 3 แบบ ดังนี้

1) การระบุชื่อผู้แต่ง ปีพิมพ์ และเลขหน้าหรือเลขเล่ม ไว้ในวงเล็บท้ายเนื้อหาซึ่งระหว่างชื่อผู้เขียน ปีพิมพ์
และเลขหน้า คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

ตัวอย่าง
สารนิเทศมีความสำคัญและมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในยุคที่เรียกว่า
ยุคข่าวสาร (Information Age) ทั้งนี้เพราะสารนิเทศ เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดและแนวทาง
พัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (พวา พันธ์เมฆา, 2535, หน้า 2)

2) การระบุชื่อผู้แต่งไว้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา ส่วนปีพิมพ์และเลขหน้าใส่ไว้ในวงเล็บ

ตัวอย่าง
อัปสร เสถียรทิพย์ (2521, หน้า 58) ได้สรุปถึงคุณสมบัติของสื่อมวลชนไว้ดังนี้ คือ
     1. สามารถเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ผู้รับจำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว
     2. สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเจตคติที่ฝังลึกได้
     3. สามารถเพิ่มความรู้ให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี
     4. สามารถสร้างบรรยากาศที่ทำให้เกิดการพัฒนา
     5. ทำหน้าที่ขยายวิสัยทัศน์ โลกทัศน์ของประชาชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

3) การระบุชื่อผู้เขียน และปีที่พิมพ์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา และเลขหน้าระบุไว้ท้ายเนื้อหา

ตัวอย่าง
เมื่อปี 2525 สถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ สำรวจพบว่าทะเลสาบสงขลานั้น สามารถจับสัตว์น้ำได้ถึง
134 ชนิด และนอกจากปลาแล้ว ทะเลสาบสงขลายังมีทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญ และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีก
มากมาย เช่น กุ้งทะเล ปู ปลาหมึก เต่า ฯลฯ (หน้า 146)

1.2 การอ้างอิงแหล่งข้อมูลรายการเดียวที่มีผู้รับผิดชอบคนเดียว โดยอ้างถึงงานทั้งเล่มโดยรวม ให้ระบุชื่อผู้แต่ง
และปีพิมพ์ทุกครั้งที่อ้างถึง ซึ่งรูปแบบการระบุชื่อผู้แต่งและปีพิมพ์ทำได้ 3 รูปแบบ คือ

1) ระบุชื่อผู้เขียน และปีพิมพ์ไว้ในวงเล็บท้ายข้อความ ระหว่างชื่อผู้เขียนและปีพิมพ์คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

ตัวอย่าง
สามารถแบ่งการวิจัยตามจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยได้ 4 ประเภท ได้แก่ การวิจัยเพื่อค้นหา
การวิจัยเชิงพัฒนา และการวิจัยเชิงสังเคราะห์ (เทียนฉาย กีระนันท์, 2541)

2) ระบุชื่อผู้เขียนไว้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อความ ส่วนปีพิมพ์ไว้ในวงเล็บ

ตัวอย่าง
เกษมสุข  เฉลี่ยวศักดิ์(2521)ได้เปรียบเทียบความกลัวของเด็กวัยก่อนเรียนที่มาจากครอบครัว
ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูต่างกันผลการวิจัยพบว่าเด็กก่อนวัยเรียนที่ครอบครัวมี
ความเชื่อเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูต่างกัน มีความกลัวไม่แตกต่างกัน

3) การระบุชื่อผู้แต่งและปีพิมพ์ ไว้เป็นส่วนหนึ่งของข้อความ

ตัวอย่าง
ในปี 2537 รณพ ประวัติงาม ได้สำรวจปริมาณงานเขียนทางวิชาการของอาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ
วิทยาเขตภาคใต้ พบว่า ...การอ้างอิงแหล่งข้อมูลเดียวกันซ้ำภายในย่อหน้าเดียวกัน ในการอ้างครั้งต่อไปไม่ต้อง
ระบุปีพิมพ์ ยกเว้นกรณีที่มีการอ้างถึงรายการอื่นของผู้เขียนเดียวกัน

ตัวอย่าง
พนัส หันนาคินทร์ (2524, หน้า 18) อธิบายความหมายของการปกครองบังคับบัญชาว่า หมายถึง กิจกรรม
ที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องกระทำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ เช่น การแนะนำให้คำปรึกษาหารือ คอย
ช่วยเหลือและแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ มิใช่คอยจับผิด เป็นต้น พนัส หันนาคินทร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า
การปกครองบังคับบัญชาที่ดีนั้น ผู้บังคับบัญชาควรทรงไว้ความยุติธรรม

1.3 การอ้างอิงแหล่งข้อมูลรายการเดียวที่มีผู้แต่งสองคน ให้ระบุชื่อผู้แต่งทั้งสองคน ตามลำดับที่ระบุไว้ใน
หน้าปกใน เชื่อมชื่อผู้แต่งทั้งสองด้วยคำว่า และ สำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาไทย สำหรับวัสดุสารนิเทศ
ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า and เมื่อกล่าวรวมไปในส่วนเนื้อหา แต่ถ้าระบุแหล่งข้อมูลไว้ในวงเล็บท้ายข้อความ
ให้ใช้เครื่องหมาย ampertand (&)

ตัวอย่างที่ 1
ทวีศักดิ์ ล้อมลิ้ม และภาณุ ธรรมสุวรรณ (2534, หน้า 20) รายงานเกี่ยวกับชาวบ้านในตำบลพนางตุงไว้ว่า ...

ตัวอย่างที่ 2
ลักษณะของงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้างานชิ้นนั้นมีความหมาย
ส่วนค่าจ้าง และความสะดวกสบายในการทำงาน และความมั่นคงของงานเป็นปัจจัยรองลงมา (Lawer & Hall, 1981)

ตัวอย่างที่ 3
เบเรลสัน และสไตเนอร์ (Beralson & Steiner, 1964, p.527) ได้นิยามการสื่อสารไว้ว่า เป็น
“พฤติกรรม” หรือกระบวนการถ่ายทอดข้อมูล ข่าวสาร ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ทักษะ ฯลฯ
โดยการใช้สัญลักษณ์ ซึ่งอาจเป็นคำพูด หนังสือ ภาพ ตัวเลข ฯลฯ

1.4 การอ้างอิงแหล่งข้อมูลรายการเดียวกันที่มีผู้แต่ง 3-5 คน ในการอ้างอิงครั้งแรก ให้ระบุชื่อผู้แต่งทุกคน
ตามลำดับที่ปรากฏอยู่ในหน้าปกใน โดยใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างชื่อผู้แต่งแต่ละคน
และใช้คำว่า และ นำหน้าผู้แต่งคนสุดท้าย สำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาไทย สำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาอังกฤษ
ใช้คำว่า and เมื่อกล่าวรวมไปในส่วนเนื้อหา แต่ถ้าระบุแหล่งข้อมูลไว้ในวงเล็บท้ายข้อความให้ใส่เครื่องหมาย
ampertnd (&) และในการอ้างอิงครั้งต่อๆ ไป ใช้ชื่อผู้แต่งคนแรกตามด้วยคำว่า และคณะ สำหรับภาษาไทย
และใช้คำว่า et al. สำหรับภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง
ดรุณี แก้วม่วง, นิธิ เอียวศีรวงศ์, สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูรย์, และเคี่ยม สังสิทธิเสถียร (2529, หน้า 25) อธิบายถึง
อิทธิพลของจีนต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจว่า...
นอกจากนี้ดรุณี  แก้วม่วงและคณะ(2529,หน้า58)ยังอธิบายถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้พ่อค้าชาวจีนเดินทาง
มาค้าขายในดินแดนถบนี้ด้วยว่า...แต่ถ้าอ้างถึงงานเขียนของผู้แต่ง 3-5 คนมากกว่าหนึ่งรายการ โดย
ที่ผู้แต่งคนแรกเป็นคนเดียวกัน แต่ผู้แต่งในลำดับถัดมาต่างกันและวัสดุสารนิเทศพิมพ์ในปีเดียวกันใน
การอ้างอิงครั้งที่สองเป็นต้นไปนั้นจะใช้ชื่อผู้แต่งคนแรกตามด้วยคำว่าและคณะหรือetal.ไม่ได้เพราะ
รายการอ้างอิงที่ปรากฏทุกรายการจะเหมือนกันทำให้ไม่เห็นความแตกต่างของวัสดุสารนิเทศแต่ละ
รายการ ในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องระบุชื่อผู้แต่งในลำดับถัดมาเท่าที่จำเป็น

ตัวอย่าง
หากต้องการอ้างอิงหนังสือสองรายต่อไปนี้
พวา พันธ์เมฆา, นงนารถ ชัยรัตน์, วิชญ์ ทับเที่ยง, สุพัฒน์ สองแสงจันทร์, และสุนทร แก้วลาย (2538).
          เอกสารประกอบการสอนการใช้ห้องสมุด. กรุงเทพฯ : ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์
          มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

พวา พันธ์เมฆา, นงนารถ ชัยรัตน์, วิชญ์ ทับเที่ยง, สุพัฒน์ สองแสงจันทร์, และสุนทร แก้วลาย (2538).
รวมบทความทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า.

การอ้างอิงครั้งแรกของหนังสือทั้งสองเล่มจะได้ดังนี้
เล่มที่ 1
พวา พันธ์เมฆา, นงนารถ ชัยรัตน์, วิชญ์ ทับเที่ยง, สุพัฒน์ สองแสงจันทร์, และสุนทร แก้วลาย (2538, หน้า 25) ...

เล่มที่ 2
พวา พันธ์เมฆา, นงนารถ ชัยรัตน์, วิชญ์ ทับเที่ยง, สุพัฒน์ สองแสงจันทร์, และสุนทร แก้วลาย (2538, หน้า 12) ...

หากในการอ้างอิงครั้งต่อไป ถ้าใช้ชื่อผู้แต่งคนแรก และตามด้วยคำว่า และคณะ หนังสือทั้งสองเล่มก็จะปรากฏ
เหมือนกันคือพวา พันธ์เมฆาและคณะ (2538, หน้า 40) ...

ดังนั้น ในกรณีเช่นนี้ก็ควรใส่ชื่อผู้แต่งทุกคนในการอ้างอิงทุกครั้ง หรือควรใส่ชื่อผู้แต่งคนต่อๆ มาในจำนวนมากพอ
เพื่อแสดงให้เห็นความแตกต่างของรายการอ้างอิงแต่ละรายการ

1.5การอ้างอิงแหล่งข้อมูลรายการเดียวกันที่มีผู้แต่งตั้งแต่6คนขึ้นไปในการอ้างอิงให้ระบุชื่อผู้แต่งคนแรกและ
ตามด้วยคำว่าและคณะสำหรับภาษาไทยและใช้คำว่าetal.สำหรับภาษาอังกฤษแต่หากอ้างอิงถึงงานเขียนของ
ผู้แต่งตั้งแต่6คนขึ้นไปมากกว่าหนึ่งรายการโดยที่ผู้แต่งคนแรกเป็นคนเดียวกัน และวัสดุสารนิเทศพิมพ์ในปีเดียวกัน
ในการอ้างอิงครั้งที่สองเป็นต้นไปนั้น จะใช้ชื่อผู้แต่งคนแรกตามด้วยคำว่า และคณะ หรือ et al. ไม่ได้เพราะการ
อ้างอิงที่ปรากฏทุกรายการจะเหมือนกัน ทำให้ไม่เห็นความแตกต่างของวัสดุสารนิเทศแต่ละรายการ
ในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องระบุชื่อผู้แต่งในลำดับถัดมาเท่าที่จำเป็น (ใช้เหมือนในกรณี 1.4 มีผู้แต่ง 3-5 คน)

1.6 การอ้างอิงถึงงานที่หน่วยงานหรือสถาบันเป็นผู้รับผิดชอบ ระบุแหล่งข้อมูล โดยใช้ชื่อของหน่วยงานหรือ
สถาบันเป็นผู้แต่ง โดยใช้ชื่อเต็มของหน่วยงานนั้น

ตัวอย่าง
เป้าหมายประการหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาในช่วงแผนพัฒนาการศึกษาฉบับที่ 8 พ.ศ. 2540-2545
คือ มุ่งพัฒนาคุณภาพอาจารย์ให้สัดส่วนคุณวุฒิสูงสุดของอาจารย์ในสถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐ เป็นปริญญาเอก :
ปริญญาโท : ปริญญาตรี เท่ากับ 3.0 :6.5 : 0.5 (ทบวงมหาวิทยาลัย, 2539,หน้า 8 )
แต่หากหน่วยงานหรือสถาบันที่มีชื่อเติมที่ยาวมาก และมีชื่อย่อที่รู้จักกันแพร่หลายก็ให้ใช้ชื่อเติมในการ
อ้างครั้งแรก พร้อมกำกับชื่อย่อ และในการอ้างครั้งต่อไปก็ให้ชื่อย่อ

ตัวอย่าง
การอ้างอิงครั้งแรกใช้ว่า
... (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี [สสวท.], 2538, หน้า 12)
การอ้างครั้งต่อไปใช้ว่า
... (สสวท., 2538, หน้า 50)

1.7 การอ้างอิงถึงงานไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ให้ระบุโดยใช้ชื่อเรื่องแทน ถ้าชื่อเรื่องเป็นชื่อหนังสือให้ขีดเส้นใต้
แต่ถ้าเป็นชื่อบทความหรือชื่อบท ให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูด ถ้าชื่อยาวมาก อาจใช้เพียงสองสามคำแรก
พอให้ได้ใจความ และสำหรับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ อีกษรตัวแรกของทุกคำให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่

ตัวอย่าง
บรรณานุกรม หมายถึงบัญชีรายชื่อหนังสือที่ใช้ประกอบการค้นคว้า, บัญชีรายชื่อหนังสือในหัวข้อเรื่องใด
เรื่องหนึ่ง ยุคใดยุคหนึ่ง หรือผู้เขียนคนใดคนหนึ่ง มักมีรายละเอียดหรือบทวิจารณ์สั้นๆ ประกอบ
(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2525, หน้า 461)

1.8 การอ้างอิงถึงงานของผู้แต่งคนเดียวกันหรือคณะเดียวกันที่พิมพ์ในปีเดียวกัน ให้ระบุปีพิมพ์โดย
ใส่ตัวอักษร ก, ข, ค,... กำกับสำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาไทย และใช้ตัวอักษร a, b, c,... กำกับ
สำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาอังกฤษ ซึ่งรายการใดจะใช้ตัวอักษรใดกำกับ ให้เป็นไปตามการเรียงลำดับ
อักษรในการอ้างอิงที่อยู่ท้ายบทนิพนธ์ชิ้นนั้นๆ

ตัวอย่าง
เงินนโมของนครศรีธรรมราชนั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เงินนอโม (สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์, 2529ข, หน้า 80)
จัดเป็นเงินตราที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในภาคใต้ (สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์, 2529ก, หน้า 101)

1.9 การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลเดียวกันมากกว่าหนึ่งแหล่ง ในกรณีที่สรุปความคิดมาจากวัสดุสารนิเทศ
หลายแหล่งหรือหลายรายการและจำเป็นต้องอ้างอิงมากกว่าหนึ่งแหล่งถ้าต้องการระบุข้อมูลไว้ในเครื่องหมาย
วงเล็บให้ใส่แหล่งข้อมูลเหล่านั้นไว้ในวงเล็บเดียวกันเช่น

1) กรณีที่ผู้แต่งคนเดียวกัน ให้เรียงแหล่งรายการอ้างอิงตามลำดับปีพิมพ์ โดยใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างปีพิมพ์

ตัวอย่างที่ 1
เชื่อกันว่าเงินนโม หรือเงินนอโม สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยเจ้าศรีธรรมโศกราช เพื่อเป็นของขลังป้องกันโรคห่า
และต่อมาก็ใช้เพื่อการชื้อขายแลกเปลี่ยนกันด้วย (สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์, 2529ก, หน้า 58, 2529ข, หน้า 132)

ตัวอย่างที่ 2
Situational Leadership Theory, originally called “the life cycle theory of Leadership”
has undergone a of numberof revisions (Hersey & Blanchard, 1969, 1972, 1993)

กรณีอ้างถึงงานของผู้แต่งแต่ละคน ให้ระบุรายการผู้แต่งเรียงตามลำดับอักษร (และถ้าเป็นงานเขียนของผู้แต่ง
มากกว่า 1 คน ให้เรียงตามลำดับตัวอักษรชื่อผู้แต่คนแรก) ซึ่งระหว่างแต่ละรายการคั้นด้วยเครื่องหมาย
อัฒภาค (;)

ตัวอย่างที่ 1
การพัฒนาการทางภาษาด้านจำนวนถ้อยคำ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพัฒนาการทางภาษาด้านการใช้ประโยค
(จินตนา เนียมเปีย,2522, หน้า 9 ; เพ็ญจันทร์ สุนทราจารย์, 2525, หน้า 20 ; อภิญญา กังสนารักษ์, 2530, หน้า 22)

ตัวอย่างที่ 2
The new leadership in higher education must include vision (Bennis, 1989, p.23; Fisher et al., 1989, p. 18)

1.10 การอ้างอิงจากเอกสารที่มีผู้อื่นอ้างไว้แล้ว ในกรณีที่ต้องการอ้างถึงเอกสารที่มีผู้อื่นอ้างไว้แล้ว
ให้ระบุรายการอ้างอิงโดยใช้คำว่า“อ้างถึงใน” สำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาไทย และใช้คำว่า “cited in”
สำหรับวัสดุสารนิเทศภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างที่ 1
ดนตรี คือวัฒนธรรมที่หมายถึง ความดีที่มนุษย์สร้างขึ้น เครื่องดนตรีเป็นวัฒนธรรมทางวัตถุ
เสียงดนตรีเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ ลักษณะอย่างหนึ่งของวัฒนธรรม คือเป็นมรดกของสังคม
ถ้าสังคมไม่มีการสืบต่อก็คงจะอยู่ แต่ถ้าขาดการสืบต่อก็จะสูญสิ้นไป ดนตรีก็อยู่ในสภาพเดียวกัน
(สุภาค อินทองคง, 2524, หน้า 105 อ้างถึงใน ขวัญใจ ฮีลีย์, 2533, หน้า 2)

ตัวอย่างที่ 2
... (Smith, cited in Carrington, 1989, p.7)

1.11 การเสนอข้อมูลกรณีที่คัดลอกมาทุกถ้อยคำ การเสนอข้อมูลใช้วิธีต่างกันตามความยาวของข้อความคือ

1) ข้อความที่คัดลอกมามีความยาวไม่เกิด 3 บรรทัดให้กล่าวต่อไปในเนื้อหาได้โดยไม่ต้องขึ้นบรรทัดใหม่
และใส่ข้อความนั้นไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศคู่

ตัวอย่าง 1
ฉันทัส ทองช่วย (2536, หน้า 213) กล่าวถึง ค่านิยมเกี่ยวกับการใช้ภาษาของชาวใต้ไว้ว่า “เมื่อชาวไทย
ถิ่นใต้พบปะทักทายกันจะนิยมใช้ภาษาถิ่นใต้เพื่อแสดงความเป็นกันเองและความเป็นพวกเดียวกัน
แต่จะไม่ยอมให้คนภาคอื่น ซึ่งสนิทสนมกันมาก มาพูดภาษาถิ่นใต้กับตนโดยถือว่าเป็นการล้อเลียนและดูถูกกัน”

ตัวอย่างที่ 2
According to Zalesnik (1977, p.165) “managers and different kinds of people.
They differ in motivation, personal history, and how they think And act.”

2) ข้อความที่คัดลอกมายาวเกิน 3 บรรทัด ให้พิมพ์หรือเขียนโดยขึ้นบรรทัดใหม่แยกเป็นส่วนหนึ่ง
ต่างหาก และไม่ต้องใส่เครื่องหมายอัญประกาศกำกับ โดยย่อหน้าจากริมซ้ายเข้าไปประมาณ
5 ระยะตัวอักษร และถ้าข้อความที่คัดลอกมานั้นขึ้นย่อหน้าใหม่ ให้ย่อหน้าเข้าไปอีก 5 ระยะตัวอักษร

ตัวอย่าง
วริยา ศิวะศรียานนท์ และทวีวัฒน์ ปุณฑกวิวัฒน์ (2523, หน้า 130) สรุปทัศนะของชาวต่างประเทศต่อ
ข้าราชการไทยไว้ว่า
/ / / / / ชาวตะวันตก กล่าวว่าข้าราชการไทยถือยศถือศักดิ์ ไม่มีระบบปฏิบัติงานที่แน่นอน
/ / / / / อิจฉาริษยา และไม่ไว้วางใจต่อกัน ทำงานอย่างขอไปทีให้เสร็จ ไปวันหนึ่งๆ ชอบรับ
/ / / / / ของกำนัลและสินบน ชอบพูดเท็จในเรื่องการงาน รวมทั้งชอบข่มขู่ชาวต่างชาติ
/ / / / / ที่เข้ามาติดต่อ และท้ายที่สุดการบริหารงานผูกพันกับตัวบุคคลมากเกินไป ก่อให้เกิด
/ / / / / ความล่าช้าในการปฏิบัติงาน
/ / / / / กล่าวโดยสรุป ก็คือ ไม่มีชาวตะวันตกผู้ใดที่มีทัศนคติในทางบวก ต่อการ
/ / / / / ปฏิบัติราชการของคนไทยเลย

3) การเว้นข้อความที่คัดลอกมาบางช่วง ถ้าต้องการเว้นข้อความที่คัดลอกมาไว้บางช่วงให้พิมพ์จุดสามจุดแทน
ข้อความที่ละไว้ แต่ในกรณีที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หากข้อความที่ละไว้เป็นช่วงที่จบประโยคพอดี
ก็ปรากฏเป็น 4 จุด คือ 3 จุดแทนข้อความที่ละไว้ ส่วนอีก 1 จุด คือเครื่องหมายมหัพภาคท้ายประโยค

ตัวอย่าง
ข้าราชการไทยถือยศศักดิ์ ไม่มีระบบปฏิบัติงานที่แน่นอน อิจฉาริษยาและไม่ไว้วางใจต่อกัน ทำงานอย่าง
ขอไปทีให้เสร็จไปวันหนึ่งๆ ชอบรับของกำนัลและสินบน ชอบพูดเท็จในเรื่องการงาน รวมทั้งชอบขู่
ชาวต่างชาติที่เข้ามาติดต่อและท้ายที่สุด การบริหารงานผูกพันกับตัวบุคคลมากเกินไป ...
กล่าวโดยสรุป ก็คือ ไม่มีชาวตะวันตกผู้ใดที่มีทัศนคติในทางบวกต่อการปฏิบัติราชการของคนไทยเลย
(วริยา ศิวะศรียานนท์ และทวีวัฒน์ ปุณฑกวิวัฒน์ 2523, หน้า 130)

** แบบฝึกหัดระหว่างเรียน


    

กระดานข่าวแบบทดสอบก่อนเรียน เนื้อหาหลัก แบบทดสอบหลังเรียน แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม แบบประเมินความพึงพอใจ
 
©2008 Amonrat Saekwung : All rights reserved   
E-mail - tourkrorm_a@hotmail.com. : Tel.089-9742826   
ย้อนกลับ หน้าถัดไป